ยาสามัญประจำบ้าน

ยาสามัญประจำบ้าน เป็นชื่อเรียกกลุ่มยาทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ประชาชนทั่วไปซึ่งไม่ได้เป็นแพทย์หรือดำเนินการทางแพทย์สามารถใช้ได้อย่างไม่อันตรายเพื่อรักษาตนเองเบื้องต้น เช่น ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่รุนแรง อย่างไอ ปวดศีรษะ ถูกน้ำร้อนลวก ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือถูกมีดบาด เป็นต้น และสามารถหาซื้อได้ทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ โดยจะเป็นชุดยาที่ใช้รักษา บรรเทา หรือป้องกันอาการบาดเจ็บหรือความเจ็บป่วยในเบื้องต้นเพื่อให้อาการนั้นดีขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถนำมาใช้รักษาตัวเองหรือคนใกล้ชิดเองได้ แต่ละบ้านควรมีชุดยาสามัญไว้อย่างน้อย 1 ชุด ควรเก็บไว้ในที่ที่แห้ง หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง และสะดวกต่อการหยิบใช้ ทุกคนจัดชุดยาสามัญได้ด้วยตัวเองหรือหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์ โดยฉลากยาจะมีคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” ในกรอบสีเขียวมีขนาดตัวอักษรที่อ่านได้ชัดเจน และระบุคำว่า “ยาสิ้นอายุ” เพื่อแสดงวัน เดือน ปี พ.ศ. ที่ยาสิ้นอายุ และควรหมั่นตรวจสอบชุดยาเป็นประจำ หากพบยาที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุควรเปลี่ยนยาเพื่อความพร้อมต่อการใช้งาน โดยยาสามัญประจำบ้านที่ถูกระบุไว้มีทั้งหมด 53 ชนิด นำมาใช้รักษาโรคสามัญได้ทั้งหมด 16 กลุ่ม มีดังต่อไปนี้

  1. กลุ่มยาบรรเทาอาการปวด เช่น ยาเม็ดสำหรับบรรเทาอาการปวดและลดไข้ แอสไพริน ยาเม็ดและยาน้ำสำหรับบรรเทาอาการปวดลดไข้ พาราเซตามอล โดยยาเม็ดจะมีขนาด 500 มก. และขนาด 325 มก. และพลาสเตอร์ช่วยบรรเทาอาการปวด
  2. กลุ่มยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก เช่น ยาเม็ดแก้แพ้ลดน้ำมูก คลอร์เฟนิรามีน
  3. กลุ่มยาแก้ไอ ขับเสมหะ เช่น ยาน้ำแก้ไอ ยาขับเสมหะสำหรับเด็ก
  4. กลุ่มยาดม หรือยาทาแก้วิงเวียน หน้ามืด คัดจมูก เช่น ยาดมแก้วิงเวียน เหล้าแอมโมเนียหอม ยาดมแก้วิงเวียน และแก้คัดจมูก
  5. กลุ่มยาแก้เมารถ เมาเรือ เช่น ไดเมนไฮดริเนท
  6. กลุ่มยาสำหรับโรคปาก และลำคอ เช่น ยาแก้ปวดฟัน ยาดมบรรเทาอาการระคายคอ
  7. กลุ่มยาแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ เช่น ยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ยาธาตุน้ำแดง
  8. กลุ่มยาแก้ท้องเสีย เช่น ยาแก้ท้องเสีย ผงน้ำตาลเกลือแร่
  9. กลุ่มยาระบาย เช่น ยาระบายกลีเซอรีน ชนิดเหน็บทวารหนักสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
  10. กลุ่มยาถ่ายพยาธิลำไส้ เช่น เบนดาโซล ใช้ถ่ายพยาธิตัวกลม
  11. กลุ่มยาบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ แมลงกัดต่อย เช่น ยาหม่องชนิดขี้ผึ้ง
  12. กลุ่มยาสำหรับโรคตา เช่น ยาหยอดตา ซัลฟาเซตาไมด์
  13. กลุ่มยาสำหรับโรคผิวหนัง เช่น ยารักษาหิดเหา เบนซิล เบนโซเอต
  14. กลุ่มยารักษาแผลติดเชื้อไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เช่น ยารักษาแผลน้ำร้อนลวกฟีนอล
  15. กลุ่มยารักษาแผลติดเชื้อไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เช่น ทิงเจอร์ไอโอดีน
  16. กลุ่มยาบำรุงร่างกาย เช่น ยาเม็ดวิตามินบีรวม

Explore More

3 ท่าง่าย ๆ ในการกายภาพบําบัดกระดูกทับเส้น ทำเองได้ที่บ้าน ฟื้นตัวเร็ว

กายภาพบําบัดกระดูกทับเส้น

                โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นโรคที่รักษาได้ด้วยการกายภาพบําบัดกระดูกทับเส้นเพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือช่วยให้อาการทุเลาลง การกายภาพบำบัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยตนเองเหมาะสำหรับคนที่มีอาการปวดแต่ยังสามารถลุกหรือเดินได้ ก่อนทำควรประเมินอาการปวดของตัวเองก่อนเพื่อความปลอดภัยและควรเริ่มจากระดับเบาก่อน หากพร้อมแล้วไปเริ่มทำกันเลย ก่อนกายภาพบํา บัดกระดูกทับเส้นควรรู้ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร?                 ก่อนที่จะเริ่มกายภาพบําบัดกระดูกทับเส้นเราไปทำความรู้จักโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกันก่อน เป็นโรคที่พบได้บ่อยในวัยทำงาน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การยกของหนักมากเกินไป ยกของผิดท่า น้ำหนักตัวมากเกินไป นอนผิดท่า ลุกผิดท่า การเกิดอุบัติเหตุ และอื่น ๆ ส่งผลให้หมอนรองกระดูกแตกหรือโผล่ออกมาทับเส้นประสาทที่บริเวณหลัง ทำให้มีอาการปวดหลัง ปวดเอวช่วงล่างและร้าวลงมาที่สะโพกหรือต้นขาด้านหลัง ทำให้มีอาการปวดร้าวตลอดเวลา ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ บางรายมีอาการชาที่ขาหรือปลายเท้า ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง รักษาได้โดยการกายภาพบำบัดเพื่อให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่เดิมและหายปวด

เตรียมตัวให้พร้อม! เช็คลิสต์สำคัญ ก่อนตัดสินใจทำเลสิก

ทำเลสิก

การทำเลสิก (LASIK) เป็นขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมสูง ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น ยาว หรือเอียง กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป  อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อนเข้ารับการผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น  บทความนี้จะมาแนะนำขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำเลสิกอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจและพร้อมสำหรับการผ่าตัด 1. ปรึกษาจักษุแพทย์: ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการเข้ารับการปรึกษาจากจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเลสิก จักษุแพทย์จะทำการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด ตรวจสุขภาพตาโดยรวม และประเมินความเหมาะสมในการทำเลสิกสำหรับคุณ  แพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ  2. แจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียด: การแจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียดและครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะ: 3. เตรียมความพร้อมด้านกายภาพ: 4. เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ: 5. เตรียมความพร้อมในวันผ่าตัด:

พามารู้จักกับโรงพยาบาลวิวเกาหลี โรงพยาบาลศัลยกรรมชั้นนำที่น่าสนใจ

เป็นที่รู้จักกันดีว่าเกาหลีใต้ขึ้นชื่อเรื่องศัลยกรรมความงามเป็นอย่างมาก ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามมากมายเปิดให้บริการในประเทศนี้ หนึ่งในโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ โรงพยาบาลวิวเกาหลี (View Plastic Surgery) โรงพยาบาลวิวในเกาหลีเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดยทีมศัลยแพทย์ตกแต่งมืออาชีพที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงามหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ศัลยกรรมใบหน้า ศัลยกรรมโครงหน้า ศัลยกรรมริมฝีปาก ศัลยกรรมตา ศัลยกรรมจมูก ศัลยกรรมหน้าอก ศัลยกรรมดูดไขมัน ศัลยกรรมเสริมความงามอื่น ๆ รวมถึงการดูแลผิวพรรณ โรงพยาบาลวิวเกาหลีได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำมากมาย ทั้งจากเกาหลีใต้และจากต่างประเทศ รวมไปถึงการได้รับรางวัลมากมายจากองค์กรทางการแพทย์ต่างๆ เป็นเครื่องการันตีคุณภาพและความน่าเชื่อถือของโรงพยาบาล จุดเด่นของโรงพยาบาลวิวเกาหลี โรงพยาบาลวิวเกาหลีมีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ