กายภาพบําบัดกระดูกทับเส้น

                โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นโรคที่รักษาได้ด้วยการกายภาพบําบัดกระดูกทับเส้นเพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือช่วยให้อาการทุเลาลง การกายภาพบำบัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยตนเองเหมาะสำหรับคนที่มีอาการปวดแต่ยังสามารถลุกหรือเดินได้ ก่อนทำควรประเมินอาการปวดของตัวเองก่อนเพื่อความปลอดภัยและควรเริ่มจากระดับเบาก่อน หากพร้อมแล้วไปเริ่มทำกันเลย

ก่อนกายภาพบํา บัดกระดูกทับเส้นควรรู้ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร?

                ก่อนที่จะเริ่มกายภาพบําบัดกระดูกทับเส้นเราไปทำความรู้จักโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกันก่อน เป็นโรคที่พบได้บ่อยในวัยทำงาน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การยกของหนักมากเกินไป ยกของผิดท่า น้ำหนักตัวมากเกินไป นอนผิดท่า ลุกผิดท่า การเกิดอุบัติเหตุ และอื่น ๆ ส่งผลให้หมอนรองกระดูกแตกหรือโผล่ออกมาทับเส้นประสาทที่บริเวณหลัง ทำให้มีอาการปวดหลัง ปวดเอวช่วงล่างและร้าวลงมาที่สะโพกหรือต้นขาด้านหลัง ทำให้มีอาการปวดร้าวตลอดเวลา ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ บางรายมีอาการชาที่ขาหรือปลายเท้า ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง รักษาได้โดยการกายภาพบำบัดเพื่อให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่เดิมและหายปวด

3 ท่ากายภาพบําบัดกระดูกทับเส้น ทำเองไดัที่บ้าน!

  1. นอนคว่ำยืดแขน เป็นท่ากายภาพบําบัดกระดูกทับเส้นแบบง่าย ๆ ที่ได้ผลดีและเห็นผลได้ค่อนข้างเร็วหากมีการทำอย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากการนอนคว่ำราบกับพื้น นำมือทั้ง 2 ข้างวางข้างลำตัวให้ปลายนิ้วมืออยู่ในระดับเดียวกับศีรษะ จากนั้นให้ค่อย ๆ ออกแรงดันมือขึ้นให้หลังตึง ทำค้างไว้ประมาณ 10 วินาที เซตละ 3 – 5 ครั้ง วันละ 3 เซต ข้อควรระวัง ในผู้ที่มีอาการปวดมาก ควรค่อย ๆ ออกแรงทีละน้อย หากเจ็บให้ผ่อนแรงลงแล้วค่อยทำใหม่
  2. นอนคว่ำยืดหลัง เหมาะสำหรับคนที่ทำท่าแรกได้แล้ว นอนคว่ำวางแขนข้างลำตัวเช่นกัน หากนั้นให้ยืดแขนขึ้นจนสุดเพื่อยืดหลัง ทำค้างไว้ 10 – 30 วินาที หรือประมาณ 1 นาที ควรทำเป็นประจำหรือวันละ 3 – 5 ครั้ง
  3. นอนหงายบิดลำตัว นอนหงายราบกับพื้น บิดลำตัวโดยใช้หัวเข่าข้างขวายกข้ามไปแตะพื้นในระดับเอวข้างซ้าย ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที โดยให้ศีรษะและลำตัวช่วงบนราบอยู่กับพื้น ทำสลับกับทั้ง 2 ข้าง เซตละ 3 ครั้ง วันละ 3 เซต

                สำหรับใครที่เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถทำกายภาพบําบัดกระดูกทับเส้นเองที่บ้านได้ด้วย 3 ท่าง่าย ๆ นี้ โดยแนะนำว่าให้ทำเป็นประจำทุกวัน เพราะนอกจากจะช่วยให้อาการทุเลาลงแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้ แต่ไม่ควรหักโหมมากเกินไปเพราะจะทำให้บาดเจ็บได้

Explore More

ทำไมควรเลือกโรงพยาบาลเฉพาะทางตาในการรักษาปัญหาสายตา

โรงพยาบาลเฉพาะทางตา

                ปัญหาที่เกิดกับดวงตามีหลากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจเกิดได้จากฝุ่นละอองในอากาศ มลพิษต่าง ๆ รอบตัว ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ หรือไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อดวงตาเป็นอย่างมาก อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ก็มีส่วนอย่างมากทีเดียวที่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ทำให้เกิดอาการตาแห้งและตาล้าได้อาจส่งผลให้เกิดอาการมึนงงหรือเวียนหัวได้ ภัยอันตรายที่เกิดกับดวงตาซึ่งปัจจัยอาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของตัวผู้ป่วยเอง  ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมากและยังเป็นอวัยวะที่เปราะบาง เพราะฉะนั้นการดูแลดวงตาจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉพาะทางตาจึงความสำคัญเป็นอย่างมาก เหตุผลที่การรักษาปัญหาสายตาควรทำที่โรงพยาบาลเฉพาะทางตา                 สุขภาพดวงตาเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจเป็นอย่างมาก ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมากในการใช้ชีวิต หากว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้วไม่รีบตรวจเช็กหรือได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา หากดวงตามีอาการผิดปกติหรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย แนะนำให้เลือกโรงพยาบาลเฉพาะทางตาจะช่วยให้คุณมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย ความแม่นยำในการวินิจฉัย และโอกาสที่สูงขึ้นในการรักษาที่ประสบความสำเร็จ

เตรียมตัวให้พร้อม! เช็คลิสต์สำคัญ ก่อนตัดสินใจทำเลสิก

ทำเลสิก

การทำเลสิก (LASIK) เป็นขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมสูง ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น ยาว หรือเอียง กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป  อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อนเข้ารับการผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น  บทความนี้จะมาแนะนำขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำเลสิกอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจและพร้อมสำหรับการผ่าตัด 1. ปรึกษาจักษุแพทย์: ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการเข้ารับการปรึกษาจากจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเลสิก จักษุแพทย์จะทำการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด ตรวจสุขภาพตาโดยรวม และประเมินความเหมาะสมในการทำเลสิกสำหรับคุณ  แพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ  2. แจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียด: การแจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียดและครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะ: 3. เตรียมความพร้อมด้านกายภาพ: 4. เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ: 5. เตรียมความพร้อมในวันผ่าตัด:

เลือกซื้อวีลแชร์ไฟฟ้ารุ่นไหนดี ปลอดภัย

วีลแชร์ไฟฟ้า

สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้น หรือผู้สูงอายุที่กำลังขาเริ่มอ่อนล้า การเลือกใช้วีลแชร์นั้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตในประจำวันมากที่สุด ซึ่งจะมีให้เลือกสองแบบคือ แบบธรรมดาและวีลแชร์ไฟฟ้า ทำหน้าที่เสมือนยานพาหนะที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นและยังช่วยให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงท่องเที่ยวร่วมกับครอบครัวของตนเองได้อีกด้วย วันนี้บ้านใครที่มีผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่จำเป้นจะต้องใช้วีลแชร์ไฟฟ้าก็มาดูกันเลยว่ามีรุ่นไหนปลอดภัย น่าใช้บ้าง  ROVED รุ่น Standard วีลแชร์ไฟฟ้าราคาไม่แพง ที่มีแผงควบคุมการทำงานหมุนได้ 360 องศา ปรับเพิ่มลดความเร็วได้ตามต้องการ มีแตรเพิ่มความปลอดภัย สามารถสลับใช้งานระหว่างระบบไฟฟ้าและระบบแมนนวลได้ รถน้ำหนักไม่มากเมื่อเทียบกับรถเข็นไฟฟ้าทั่วไปโดยหนักเพียง 45 กิโลกรัม แต่รองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 120 กิโลกรัมเลยทีเดียว Takion รุ่น 12A รถเข็นสุดไฮเทคที่ควบคุมด้วยรีโมท