
การฉายแสงมะเร็งลำไส้ เป็นแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งทวารหนัก ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีการฉายแสงในบางกรณี เช่น ก่อนการผ่าตัด เพื่อลดขนาดก้อนมะเร็ง หรือหลังการผ่าตัด เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่ แต่แม้วิธีนี้จะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและแม่นยำเพียงใด หลายคนก็ยังคงมีความกังวลว่าการฉายแสงมะเร็งลำไส้นั้นจะเจ็บไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? ดังนั้น เพื่อช่วยให้สามารถเตรียมตัวรับมือได้ทัน เรามีสาระดี ๆ มาฝากกัน!
การฉายแสงมะเร็งลำไส้คืออะไร เจ็บไหม?
การฉายแสงมะเร็งลำไส้ คือการรักษาด้วยรังสี (Radiation Therapy) เป็นการใช้คลื่นพลังงานสูง เช่น รังสีเอ็กซ์ (X-ray) เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อปกติมากเกินไป ในส่วนของการฉายแสงเพื่อรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ แพทย์จะพิจารณาการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งในระยะที่สามารถควบคุมได้ หรือมีเป้าหมายเฉพาะเจาะจง เช่น ก้อนเนื้อมะเร็งที่พบในลำไส้ตรง
ฉายแสงเจ็บไหม? ความจริงแล้วการฉายแสงไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บ เพราะเป็นการใช้รังสีพลังงานสูงส่งผ่านจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายโดยไม่มีการสัมผัสเนื้อเยื่อโดยตรง ขณะรับการฉายแสงผู้ป่วยจะนอนอยู่เฉย ๆ ไม่รู้สึกถึงความเจ็บหรือรังสีที่เข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากไม่มีความร้อนหรือแรงกระทบ แต่หากได้รับการฉายแสงที่นานเกินไปก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อบริเวณที่ฉายแสงได้
ฉายแสงมะเร็งลำไส้ มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
- ผิวหนังบริเวณที่ฉายแสงแดง หรือแห้งลอก สำหรับผู้ป่วยที่ฉายแสงมะเร็งลำไส้นานเกิน 3 สัปดาห์ จะมีผลข้างเคียงทำให้ผิวแดงบริเวณที่ฉายแสง แต่โดยทั่วไปแล้วอาการแดงจะสามารถหายได้เอง แต่อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย บางรายผิวแห้งลอกคล้ายกับผิวไหม้แดดเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอันตราย
- มีอาการอ่อนเพลีย พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสงต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน ทำให้มีอาการอ่อนเพลียจากผลข้างเคียงของการฉายแสง เช่น ท้องเสีย พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด ใช้เวลาในการเดินทางที่นานเกินไป
- ลำไส้แปรปรวน มีอาการท้องเสีย ปวดบิด คลื่นไส้ ท้องผูก หรือท้องอืดบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นการฉายรังสีในบริเวณลำไส้และทวารหนัก จึงทำให้เยื่อบุลำไส้เกิดการอักเสบ และส่งผลข้างเคียงได้
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เนื่องจากการฉายรังสีโดนบริเวณทางเดินอาหาร จึงผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้ความอยากอาหารลดลง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
ฉายแสงมะเร็งลำไส้ เป็นวิธีการรักษาที่ไม่เจ็บและมีผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยล้างสารพิษและป้องกันภาวะขาดน้ำจากอาการท้องเสีย ควรเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงของทอด ของเผ็ด หรืออาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในลำไส้ ดูแลผิวบริเวณที่ฉายแสงโดยหลีกเลี่ยงการขัดผิว และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด ท้องเสียรุนแรง มีไข้ หนาวสั่น หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นอันตรายได้
