ทำเลสิก

การทำเลสิก (LASIK) เป็นขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมสูง ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น ยาว หรือเอียง กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป 

อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อนเข้ารับการผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น 

บทความนี้จะมาแนะนำขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำเลสิกอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจและพร้อมสำหรับการผ่าตัด

1. ปรึกษาจักษุแพทย์:

ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการเข้ารับการปรึกษาจากจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเลสิก จักษุแพทย์จะทำการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด ตรวจสุขภาพตาโดยรวม และประเมินความเหมาะสมในการทำเลสิกสำหรับคุณ 

แพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 

  • ชนิดของเลสิกที่เหมาะสมกับปัญหาสายตาของคุณ 
  • ขั้นตอนการผ่าตัด 
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง 
  • ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด 

2. แจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียด:

การแจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียดและครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะ:

  • โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ตัวเอง 
  • ยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานเป็นประจำ
  • ประวัติการผ่าตัดตา 
  • อาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา 
  •  การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

3. เตรียมความพร้อมด้านกายภาพ:

  • งดใส่คอนแทคเลนส์:  แพทย์จะแนะนำระยะเวลาที่ควรหยุดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนการผ่าตัด ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของคอนแทคเลนส์ 
  • ดูแลสุขอนามัยของดวงตา: ทำความสะอาดเปลือกตาและขนตาอย่างสม่ำเสมอ 
  • พักผ่อนให้เพียงพอ:  การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนการผ่าตัดจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 

4. เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ:

  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเลสิก: ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการผ่าตัด ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น 
  • พูดคุยกับผู้ที่เคยทำเลสิก: การรับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้ที่เคยทำเลสิกมาก่อน จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและคลายความกังวลใจได้ 
  • เตรียมคำถาม: จดบันทึกคำถามที่คุณอยากถามจักษุแพทย์ เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและชัดเจน 

5. เตรียมความพร้อมในวันผ่าตัด:

  • งดแต่งหน้า: หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตาในวันผ่าตัด 
  • งดน้ำหอม: ไม่ควรใช้น้ำหอมในวันผ่าตัด เนื่องจากอาจรบกวนการทำงานของเลเซอร์ 
  • แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สบาย:  เลือกสวมเสื้อผ้าที่หลวมและสบาย ไม่รัดแน่น เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหว 
  • เตรียมแว่นกันแดด: หลังการผ่าตัด ดวงตาของคุณจะไวต่อแสงมากขึ้น ควรเตรียมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันดวงตา 
  • ให้เพื่อนหรือญาติมาด้วย: การมีเพื่อนหรือญาติมาด้วยจะช่วยให้คุณรู้สึกอุ่นใจ และช่วยเหลือคุณหลังการผ่าตัด 

การเตรียมตัวอย่างละเอียดก่อนการผ่าตัดเลสิก เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเฉพาะบุคคล และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้คุณกลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง 

Explore More

แก้มเยอะ หน้าดูบวม อาจต้องเริ่มจากดูสาเหตุให้ชัด

เมโสแฟต

เมโสแฟตกับการดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุดบนใบหน้า หลายคนรู้สึกว่าหน้าดูบวม แก้มเยอะ หรือกรอบหน้าไม่ค่อยชัด แม้น้ำหนักตัวไม่ได้เพิ่มมาก ปัญหาแบบนี้อาจทำให้เวลาถ่ายรูปแล้วหน้าดูกลมกว่าที่เป็นจริง หรือแต่งหน้าแล้วรู้สึกว่าช่วงแก้มกับเหนียงยังดูเด่นอยู่ จึงทำให้หลายคนเริ่มสนใจเมโสแฟต เพราะอยากดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุดโดยไม่ต้องเปลี่ยนใบหน้าเยอะเกินไป เมโสแฟตมักถูกพูดถึงในกลุ่มคนที่อยากลดความบวมบริเวณแก้ม เหนียง หรือบางจุดที่มีไขมันสะสม แต่ก่อนตัดสินใจทำ ควรเข้าใจก่อนว่าหน้าบวมไม่ได้เกิดจากไขมันเสมอไป บางคนอาจบวมจากน้ำ พฤติกรรมการกิน การพักผ่อน หรือโครงหน้าเดิม การประเมินก่อนทำจึงสำคัญมากกว่าการเลือกทำตามรีวิวอย่างเดียว หน้าบวมกับไขมันสะสมไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป บางคนรู้สึกว่าแก้มเยอะหรือหน้าดูกลม แต่สาเหตุอาจไม่ได้มาจากไขมันทั้งหมด อาจมีเรื่องกล้ามเนื้อกราม โครงกระดูก ผิวหย่อน หรืออาการบวมน้ำร่วมด้วย ถ้าแยกสาเหตุไม่ถูก การเลือกทำเมโสแฟตอาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่คาดไว้ เพราะแบบนี้ ก่อนทำควรให้แพทย์ช่วยดูว่าเป็นไขมันสะสมจริงไหม

อาหารทางการแพทย์มะเร็งกินแทนมื้ออาหารได้ไหม? กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์?

อาหารทางการแพทย์มะเร็ง

                อาหารทางการแพทย์มะเร็ง เป็นอาหารเสริมทางการแพทย์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยคำนึงถึงความต้องการทางร่างกายของผู้ป่วยเป็นหลัก เช่น พลังงาน โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ เพื่อช่วยเสริมสร้างร่างกายในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอจากโรคและผลข้างเคียงของการรักษา เช่น เคมีบำบัด การฉายแสง หรือการผ่าตัด แต่ควรกินอย่างไร และกินแทนมื้ออาหารได้ไหม ไปหาคำตอบกัน อาหารทางการแพทย์มะเร็งกินแทนมื้ออาหารได้ไหม?                 อาหารทางการแพทย์มะเร็งสามารถกินแทนมื้ออาหารได้ แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเฉพาะทาง เพราะเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเบื่ออาหาร กลืนอาหารลำบาก หรือกินอาหารทั่วไปไม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้อาหารทางการแพทย์เพื่อเพิ่มพลังงานในการดำรงชีวิตแทน เช่น ในกรณีที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายอ่อนเพลีย หรือมีภาวะทุพโภชนาการร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม

โรคกระเพาะเกิดจากอะไร

โรคกระเพาะ

ในปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่าโรคกระเพาะนั้นเป็นโรคที่หลายๆคนสามารถที่จะเป็นได้โดยที่เราเองก็คงไม่อยากจะให้เป็นหรือให้เกิดขึ้นมาอีกด้วย เพราะโรคกระเพาะนั้นหากเป็นแล้วก็จะยิ่งเกิดความทรมานได้เพราะจะปวดท้องอยู่ตลอดด้วยนั้นเอง เรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเลยที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและใส่ใจในเรื่องของสุขภาพด้วยเพราะถ้าหากเราได้รู้จักที่จะใส่ใจกับเรื่องของสุขภาพของเราแล้วก็จะช่วยทำให้เรามีร่างกายที่ดีอย่างมากและไม่เกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย เรื่องของโรคกระเพาะนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องยิ่งให้ความสนใจและคำนึงถึงให้มากๆเนื่องจากว่าหากเราได้ให้ความคำนึงถึงในเรื่องนี้แล้วก็จะช่วยทำให้เรามีร่างกายที่แข็งแรงและไม่ต้องมาเจ็บป่วยนั้นนี่ได้อีกเช่นกัน และส่วนมากโรคกระเพาะนั้นก็เป็นโรคที่มีคนเป็นกันเยอะเนื่องจากมีหลากหลายสาเหตุอย่างมากเลยไม่ว่าจะเป็นการอดข้าว การทานอาหารไม่เป็นเวลานั้นเอง เพราะการที่เราทานอาหารไม่เป็นเวลานั้นน้ำย่อยที่ออกมาจะทำให้กัดกระเพาะอันนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความระมัดระวังกันอย่างที่สุด หากเราได้ให้ความระมัดระวังในเรื่องของโรคกระเพาะแล้วก็จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะไม่ลำบากอีกด้วย อีกสาเหตุหนึ่งก็คือในส่วนของการเกิดเป็นแผลในช่องท้องอันนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะให้ความสำคัญให้มากๆเพราะยิ่งเกิดแผลในกระเพาะอาหารนั้นเราจะทานยาเองไม่ได้แล้ว อาจจะต้องไปพบหมอเพื่อให้หมอจ่ายยาที่ตรงกับอาการด้วยเพราะยามีหลายตัวซึ่งเราเองอาจจะไม่ได้รู้ครบทุกตัวดังนั้นการไปหาหมอจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างที่สุดเลยในตอนนี้ เรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างที่สุดที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้ เพราะถ้าหากเรามองข้ามไปแล้วก็จะยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีกับร่างกายของเราเองด้วย เรื่องของกระเพาะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญกับเราเองอย่างยิ่งเลยเพราะถ้าหากเรารู้จักที่จะใส่ใจกับเรื่องของร่างกายของเราเองแล้วนั้นจะยิ่งเป็นเรื่องที่ดี เราจะได้ไม่เจ็บตัวกับการปวดท้องอย่างยิ่งด้วย เมื่อเป็นโรคกระเพาะจะมีอาการปวดแสบ ปวดตื้อ จุกเสียดหรือจุกแน่นบริเวณใต้ลิ้นปี่ อาการปวดเหล่านี้เป็นได้ทั้งเวลาก่อนรับประทานอาหารหรือหลังรับประทานอาหารใหม่ๆและเวลาท้องว่าง เช่น เวลาหิวข้าว อาการปวดท้องก็จะเป็นๆหายๆ หรือปวดขึ้นมาได้ตลอดอันนี้เราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจให้มากๆจะได้เป็นเรื่องที่ดีกับเราเองอีกด้วย เพราะทุกๆอย่างในเรื่องของโรคกระเพาะนั้นเราเองจึงควรที่จะต้องรู้จักที่จะดูแลตนเองให้มากๆเพราะยิ่งเราให้ความสนใจกับเรื่องของร่างกายเราแล้วก็จะยิ่งดีอย่างมากเลย